วันที่ 17 ตุลาคม 2568 ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อจัดทำฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย โดยมีนายปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย นางสาวสุชาดา คำวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบข้อมูล สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ดร.ประภาพรรณ วิภาตวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านปัญญาประดิษฐ์และบูรณาการข้อมูล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) นายอิษฏ์ ปักกันต์ธร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมด้วย นางพัชราพรรณ กฤษฎาจินดารุ่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย นางสาวช่อบุญ จิรานุภาพ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ.

ดร.สุภชัย กล่าวว่า การขับเคลื่อนการจัดทำระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเด็กปฐมวัยให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างโครงสร้างข้อมูลกลาง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดเก็บ เชื่อมโยง และใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างแท้จริง ยึดหลักให้เป็นไปตามกฎหมาย กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการโครงการและองค์กรด้านเด็กปฐมวัย มีการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน ระบบนี้จะทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลสำคัญจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะข้อมูลสุขภาพอนามัย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเด็กในพื้นที่รับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้ได้ภาพรวมที่มีประสิทธิภาพ ระบบโครงสร้างข้อมูล (Data Structure) ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานเบื้องต้นให้กับผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเดินหน้าจัดเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกัน สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาฐานข้อมูลกลาง นำไปสู่การวางแผนและกำหนดนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กปฐมวัยของประเทศให้มีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานโดยเน้นที่การบูรณาการ (Integration) ใน 3 มิติหลัก งบประมาณ วางแผน และแหล่งงบประมาณ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน แนวทางการทำงานร่วมกันภายใต้ทิศทางและแนวปฏิบัติเดียวกัน และมีฐานข้อมูล (Database/Information System) เชื่อมโยงและใช้ฐานข้อมูลร่วมกันเพื่อสนับสนุนการวางแผนและการตัดสินใจ

นางสาวสุชาดา กล่าวว่า กรมการปกครองมีระบบบริการในการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและการบริการภาครัฐ และยืนยันความร่วมมือในการจัดทำโครงการและยินดีสนับสนุนข้อมูลเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย ย้ำว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด ข้อมูลแรกเกิดทั้งหมดเป็นสิ่งที่กรมการปกครองสามารถสนับสนุนและพร้อมให้ความอนุเคราะห์ในการเชื่อมโยงข้อมูลให้ได้ การใช้ข้อมูลตั้งต้นจากทะเบียนราษฎรจะช่วยให้การติดตามเด็กปฐมวัยตั้งแต่ต้นมีความแม่นยำและครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการวางแผนนโยบาย อย่างไรก็ตาม ตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลว่า ข้อมูลที่นำไปใช้ต้องไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล (ไม่เป็นข้อมูลรายบุคคล) แต่ควรเป็นข้อมูลสถิติหรือข้อมูลรวม (Aggregated Data)

นายปกรณ์ กล่าวว่า การทำงานด้านเด็กปฐมวัยกำลังเร่งบูรณาการครั้งใหญ่ตามเป้าหมายของกรมอนามัย โดยมุ่งเชื่อมโยงงบประมาณ แนวทาง และฐานข้อมูลร่วมกัน เริ่มดำเนินการจัดทำชุดข้อมูลเด็กอายุ 3 – 18 ปี โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางสำคัญในการสร้างฐานข้อมูลนี้ โดยขอข้อมูลทะเบียนการศึกษา จากกระทรวงศึกษาธิการ และใช้ข้อมูลทะเบียนราษฎร จากกระทรวงมหาดไทย เพื่อระบุตัวตนของเด็กที่ขาดการดูแล นอกจากนี้ยังมีความพยายามขยายฐานข้อมูลให้ครอบคลุมทุกช่วงอายุ รวมถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ขยายถึง 24 ปี และกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น ประเด็นการขยายขอบเขตข้อมูลและหาเจ้าภาพตรงกลาง สำหรับข้อมูลเด็กนอกระบบจะนำเข้าหารือในคณะกรรมการเพื่อกำหนดทิศทางต่อไป

นายอิษฏ์ กล่าวว่า กองทุนกำลังเร่งพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อหาเด็กนอกระบบการศึกษาวัย 3 – 18 ปี โดยบูรณาการข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ และกรมการปกครอง วิธีการคือจะใช้ข้อมูลทะเบียนราษฎรทั้งหมดหักลบด้วยข้อมูลนักเรียน เพื่อให้ทราบจำนวนเด็กที่ไม่ได้รับการศึกษา รวมถึงอาจเป็นกลุ่มเปราะบาง ขยายช่วงอายุ การจัดเก็บข้อมูลให้กว้างขึ้น ครอบคลุมถึงเยาวชนอายุถึง 24 ปี และกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น การขยายฐานข้อมูลมีเป้าหมาย นำข้อมูลไปออกแบบการดูแลแบบบูรณาการสำหรับกลุ่มปฐมวัย และเยาวชนนอกระบบ การขยายขอบเขตและดูแลข้อมูลชุดนี้มีการกำหนดเจ้าภาพตรงกลาง ในการบริหารจัดการข้อมูลต่อไป


