ฝ่าวิกฤตด้วยพลังสมอง! ผู้เชี่ยวชาญชู 4 H. เสริมแนวทาง 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม เพื่ออนาคตเด็กปฐมวัย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง Power of Brain : เพิ่มพลังสมองเด็กปฐมวัยในสภาวะวิกฤตด้วย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” โดยมี ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน กรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสื่อสารมวลชน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระและประชาสังคม เข้าร่วม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ควบคู่การถ่ายทอดสดผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและยูทูบสภาการศึกษา

ดร.สุภชัย กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาร่วมมือกับหน่วยงานการพัฒนาเด็กปฐมวัยจัดการประชุมในวันนี้ เพื่อเสริมองค์ความรู้และทักษะให้แก่ครู ผู้ดูแลเด็ก และภาคีที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟูพัฒนาการเด็กเล็กที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีดิจิทัลเพราะการพัฒนาเด็กในช่วง 0–6 ปี คือช่วงเวลาทองของการสร้างรากฐานสมอง โดยเฉพาะสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นการลงทุนในเด็กเล็กให้ผลตอบแทนทางสังคมสูงสุดในระยะยาว การประชุมครั้งนี้ตอกย้ำว่า การเพิ่มพลังสมองเด็กปฐมวัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างเด็กไทยที่ “คิดเป็น เรียนรู้ได้ และปรับตัวได้” ท่ามกลางความท้าทายในยุควิกฤต

การเสวนาการขับเคลื่อนและพัฒนาเด็กปฐมวัย ECD Talk : ฟื้นวิกฤตเด็กปฐมวัยด้วย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” โดย แพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร มหาวิทยาลัยมหิดล นางธิดา พิทักษ์สินสุข นายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย ดร.วรลักษณ์ ชูกำเนิด ผู้อำนวยการโรงเรียนวรพัฒน์ จังหวัดสงขลา และนายธาม เชื้อสถาปนศิริ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ร่วมถอดบทเรียนพร้อมเสนอแนวทางฟื้นฟูอย่างยั่งยืนว่า การขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย

“3 เร่ง” ต้องเร่งฟื้นฟูพัฒนาการ เร่งคัดกรองและติดตามพัฒนาการเด็ก โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและหน่วยบริการสาธารณสุข เพื่อค้นหาเด็กที่มีภาวะเสี่ยงและให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เร่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกและการเล่นอย่างมีคุณภาพ เร่งสนับสนุนโภชนาการและสุขภาพจิต ของเด็กและครอบครัว โดยจัดระบบดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด 

“3 ลด” ต้องลดปัจจัยเสี่ยงกระทบพัฒนาการ ลดความเครียดในครอบครัว ด้วยการให้คำปรึกษาและสร้างเครือข่ายพ่อแม่ ลดเวลาอยู่หน้าจอ ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการใช้สื่อดิจิทัลเกินความจำเป็น ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยการจัดสรรทรัพยากรอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่เปราะบาง 

“3 เพิ่ม” สร้างภูมิคุ้มกันชีวิต ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นเพื่อพัฒนาทักษะสมองและอารมณ์ ส่งเสริมบทบาทครอบครัวเป็นฐานการเรียนรู้แรก สนับสนุนพ่อแม่ให้มีความรู้และทักษะดูแลลูก ส่งเสริมความร่วมมือชุมชน ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลเด็กอย่างรอบด้าน ผู้ทรงคุณวุฒิย้ำว่า การแก้วิกฤตเด็กปฐมวัยต้องอาศัยการบูรณาการนโยบายสาธารณะ การสนับสนุนครอบครัว และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างจริงจัง พร้อมเสนอให้ผลักดันมาตรการเชิงระบบอย่างต่อเนื่อง

ช่วงบ่าย ดร.สรวงมณฑ์นำทีมภาคีเครือข่ายด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ผนึกกำลังจัดกิจกรรมขับเคลื่อนแนวคิด 4 H. “Head – Hand – Heart – Health” พลังสร้างสมองเด็กปฐมวัย ครอบคลุมทั้งการอ่าน การเล่น การเรียนรู้อารมณ์ และสุขภาวะสมอง เพื่อเสริมศักยภาพการเรียนรู้ในโลกยุคดิจิทัล ดังนี้

Head เรื่อง มหัศจรรย์แห่งการอ่าน : เพิ่มพลังสมอง เสริมศักยภาพพลังการเรียนรู้ โดย  นางสุดใจ พรหมเกิด  นางสาวอ้อมขวัญ เวชยชัยและนางสาวพนิตชนก ดำเนินธรรม ร่วมสาธิตกิจกรรมส่งเสริมการอ่านถูกยกระดับเป็นวาระสำคัญ โดยเน้นให้ครอบครัวเป็นฐานการเรียนรู้แรกของเด็ก การอ่านหนังสือภาพ นิทาน และการเล่าเรื่อง ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง พัฒนาทักษะภาษา สมาธิ และจินตนาการ การอ่านหนังสือให้เด็กฟังอย่างสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นการเชื่อมต่อของเซลล์สมอง พัฒนาทักษะภาษา ความจำ สมาธิ และจินตนาการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จทางการศึกษาในอนาคต กิจกรรมภายในโครงการประกอบด้วย การจัดมุมหนังสือในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล การอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่องเทคนิคการเล่านิทานอย่างมีชีวิตชีวา และการส่งเสริม “อ่าน 15 นาทีต่อวัน” ในครอบครัว ผู้เสวนาย้ำว่า การอ่านไม่ใช่เพียงการสอนให้เด็กจำตัวอักษร แต่คือการสร้างบทสนทนา ความผูกพัน และแรงบันดาลใจ เด็กที่เติบโตมากับหนังสือมักมีทักษะการคิดวิเคราะห์และการสื่อสารที่ดีกว่า

Hand เรื่อง เล่นเปลี่ยนโลก : พัฒนาสมองด้วยการเล่นอิสระ โดย นางสาวทัตติยา ลิขิตวงษ์  นางสาวกนกวรรณ โมรัฐเสถียรและนางสาวสุนีย์ สารมิตร ร่วมสาธิตกิจกรรมการเล่นอิสระกับชิ้นส่วนที่หลากหลายหรือ Loose parts เป็นการเล่นปลายเปิด เด็กสามารถจินตนาการเชื่อมโยงอย่างไร้ขอบเขตในแบบเฉพาะเด็กเองค้นพบสิ่งใหม่ เกิดประสบการณ์ใหม่ที่มีความเฉพาะของแต่ละคนอย่างอิสระ ทําให้เด็กค้นพบตัวเองเห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัว ตัวอย่างของ Loose parts ได้แก่ น้ำ ทราย ดิน กิ่งไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ผลไม้ ก้อนหิน ยางรถยนต์ แกนทิชชู เป็นต้น ดังนั้นการเล่นอิสระ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมยามว่าง แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะสมอง การสร้างสรรค์ด้วยบล็อกหรือวัสดุธรรมชาติ ช่วยให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และความมั่นใจในตนเองภาคีเครือข่ายเน้นย้ำว่า “การเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็ก” และควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ ปลอดภัย และเหมาะสมกับวัย ในยุคดิจิทัล

Heart เรื่อง From Head to Heart : สื่อเด็กกับการเรียนรู้อารมณ์และความรู้สึก โดย นางสาวดนยา วสุวัตนางสาวปรียานุช โอฬารวัฒนกุลและนางสาวณัฐสุดา พันธ์ประสิทธิ์เวช ดำเนินการเสวนา โดยผศ.ระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ เห็นว่า อารมณ์มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยสัมพันธ์กับการพัฒนาสมองส่วนหน้า ซึ่งกำกับอารมณ์และพฤติกรรม ดังนั้นผู้ดูแลเด็กควรเลือกใช้สื่อและการสื่อสารที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัย เหมาะสม และสนับสนุนการพัฒนาสมองของเด็ก สื่อสำหรับเด็กมีบทบาทสำคัญต่อการหล่อหลอมความคิดและอารมณ์ มุ่งพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมผ่านนิทาน สื่อสร้างสรรค์ และบทสนทนาในครอบครัว การพูดคุยถึงความรู้สึก การสอนให้เด็กรู้จักเห็นอกเห็นใจ และการเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ใหญ่ ช่วยให้เด็กเติบโตอย่างมั่นคงทางอารมณ์ และสามารถปรับตัวได้ดีในสถานการณ์ต่าง ๆ

Health เรื่อง Power of Brain : Holistic Health กิจกรรมและการดูแลสมองเด็กปฐมวัย แบบองค์รวม กาย-ใจ-จิตวิญญาณ ในยุคดิจิทัล โดย นายธาม เชื้อสถาปนศิริและนายธนกฤต ไวยวงษ์ เห็นว่า การดูแลสมองเด็กปฐมวัยต้องเป็นแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้ง กาย โภชนาการครบถ้วน การออกกำลังกาย และการนอนหลับเพียงพอ ใจ ความรัก ความอบอุ่น และการจัดการความเครียด จิตวิญญาณ การปลูกฝังคุณค่าในตนเอง ความกตัญญู และการเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ คือยุทธศาสตร์สร้างทุนมนุษย์ของประเทศ เมื่อเด็กมีสมองที่แข็งแรง จิตใจมั่นคง และสุขภาวะที่สมดุล ย่อมพร้อมเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพในอนาคต

สกศ.และภาคีเครือข่ายย้ำว่า การพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับอนาคตของประเทศ ท่านที่สนใจสามารถรับชมย้อนหลังการเสวนาภาคเช้า-บ่ายผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊กและยูทูบ “สภาการศึกษา”

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2569).ฝ่าวิกฤตด้วยพลังสมอง! ผู้เชี่ยวชาญชู 4 H. เสริมแนวทาง 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม เพื่ออนาคตเด็กปฐมวัยสืบค้น 27 กุมภาพันธ์ 2569,จาก https://www.onec.go.th